ทนายเผยอดีต “พระพุทธะอิสระ” ขอสู้คดีซ้อม ตร.ยอมรับใช้ตรา ภปร.-ส.ก.สร้างพระจริงแต่ไม่เจตนา ยื่นประกันตัวชั้นอัยการ

MGR Online – ทนายอดีต “พระพุทธะอิสระ” เผยหลังเข้าเยี่ยมในเรือนจำ ขอยืนประกันตัวในชั้นอัยการ เตรียมเงินสด 150,000 บาท สู้คดีซ้อม 2 ตร.สันติบาล รับไม่เจตนาใช้พระปรมาภิไธยสร้างพระ

วันนี้ (25 พ.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทีมทนายความอดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ เปิดเผยหลังการเข้าเยี่ยมว่า อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระจะยังไม่ขอยื่นประกันตัวในขณะนี้ แต่จะขอยื่นประกันตัวในชั้นอัยการ เบื้องต้นจะเตรียมหลักทรัพย์เท่าเดิม คือ 150,000 บาท ที่เป็นหลักทรัพย์ตามที่เหมาะสมกับอัตราโทษ ส่วนคดีทำร้ายร่างกายตำรวจสันติบาล 2 นายที่บาดเจ็บสาหัส เจ้าตัวให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้ในชั้นศาล สำหรับคดีแอบอ้างปลอมแปลงใช้พระปรมาภิไธย เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่ามีการนำไปใช้จริง แต่ไม่มีเจตนาลบหลู่และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หลังจากนี้จะหารือในรายละเอียดว่าจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลอีกครั้ง

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา (สปช.) เปิดเผยว่า จากการเข้าไปสังเกตพบว่าอดีตหลวงปู่พุทธะอิสระยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ส่วนเรื่องโรคประจำตัวนั้นเบื้องต้นประสานให้ลูกศิษย์ได้แจ้งอาการป่วยและนำยามาฝากไว้ที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แล้ว พร้อมฝากบอกลูกศิษย์และผู้เลื่อมใสศรัทธาว่าไม่ต้องเป็นกังวล

“ในส่วนกรณีเหตุการณ์ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าไปจับกุมภายในกุฏิ พิจารณาแล้วว่าเป็นเรื่องที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเจตนาเอาผิดกับตำรวจชุดจับกุม ซึ่งอาจทำให้พระพุทธศาสนาเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี อย่างไรก็ตาม ในการประกอบพิธีลาสิกขาเมื่อเช้าวานนี้ อดีตหลวงปู่พุทธะอิสระไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขาออกมาแต่อย่างใด ดังนั้น ในทางพระธรรมวินัยจึงไม่ถือว่าขาดจากการเป็นพระ แต่ในทางกฎหมายก็ต้องยอมรับ”

ด้านนายกฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังการรับตัวอดีต พระครูวิจิตรธรรมาภรณ์, อดีตพระศรีคุณาภรณ์, อดีตพระครูสิริวิหารการ, อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ, อดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พร้อมอดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการอดีตพระผู้ใหญ่ ทั้ง 5 รูป ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัด และ อดีตพระพุทธะอิสระ เมื่อวานที่ผ่านมา ทุกคนมีอาการค่อนข้างอ่อนเพลีย เพราะถูกนำตัวไปสอบสวนตลอดทั้งวัน ก่อนจะถูกนำมาตัวคุมขังแล้วเสร็จในเวลา 21.00 น. และนอนไม่หลับทำให้ในช่วงเช้า ทุกคนมีสภาพอิดโรย และจากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่า ผู้ต้องขังทุกรายต่างมีโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ อาทิ โรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์